ก่อนจะสรรหาสิ่งต่างๆ มาประทินผิว การรู้จักธรรมชาติของสภาพผิวในแต่ละวัยก็สำคัญต่อการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของผิวด้วยเช่นกัน พญ.ดวงกมล ทัศนพงศากุล แพทย์เฉพาะทางโรคผิวหนัง โรงพยาบาลเวชธานี เปิดเผยถึงวิธีดูแลผิวให้สวยและเหมาะสมในแต่ละช่วงวัยเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า เริ่มตั้งแต่วัยทารกและเด็กเล็ก ซึ่งเป็นวัยที่ผิวบอบบาง ควรใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ไม่ควรมีกลิ่นหอมมากเพราะน้ำหอมอาจระคายเคืองผิว การใช้ยาทาบางประเภท เช่น สเตียรอยด์ ในเด็กเล็กต้องระมัดระวัง และใช้ตามแพทย์สั่ง เพราะถ้าทาปริมาณมากเกินไป ระดับยาที่ดูดซึมเข้าสู่ผิวเด็กจะสูงเกินความต้องการและก่อให้เกิดผลข้าง เคียงได้ นอกจากนี้ เด็กที่มีปัญหาภูมิแพ้ผิวหนัง ต้องการการดูแลที่มากขึ้นกว่าปกติ โดยการรักษาความชุ่มชื้นของผิวอย่างสม่ำเสมอ เพราะเด็กที่เป็นภูมิแพ้ผิวหนังจะมีผิวแห้งแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำอุ่นจัดอาบน้ำและผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม ควรทาครีมบำรุงสม่ำเสมอ ในกรณีที่มีผื่นแดงอักเสบส่วนมากมักเป็นตามซอกคอ ข้อพับแขน ซอกขา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการดูแลรักษาที่เหมาะสม
เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น พญ.ดวงกมล เผยว่าปัญหา ผิวที่พบบ่อย คือ ผิวมันและมีสิว ที่มีคำกล่าวว่า สิวเป็นเรื่องธรรมชาตินั้นมีส่วนถูก เนื่องจากการเกิดสิวนั้นมาจากการอุดตันในรูขุมขนจากการสร้างเคราติน (Keratin) ที่ผิดปกติ เกิดเป็นโคมิโดน (Comedone) และผลจากฮอร์โมนเพศชายที่เพิ่มขึ้นในวัยนี้ กระตุ้นการทำงานของต่อมไขมันให้ขยายขนาดและผลิตไขมัน (Sebum) ออกมา แบคทีเรียที่อยู่ในรูขุมขนก็เพิ่มจำนวนขึ้นมาย่อยไขมัน เกิดเป็นกรดไขมันที่ทำให้เกิดสิวอักเสบ ความรุนแรงของสิวในแต่ละคนไม่เท่ากันขึ้นกับกรรมพันธุ์และฮอร์โมนเพศชาย เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าสิวไม่ได้เกิดจากความสกปรกแต่เพียงอย่างเดียว แต่มีปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย การล้างหน้าบ่อยๆ จึงไม่ได้เป็นการรักษาสิว ในทางตรงกันข้ามยิ่งล้างหน้าจะยิ่งทำให้มีการผลิตไขมันออกมาทดแทน ทำให้รูขุมขนอุดตันมากขึ้นด้วย ดังนั้น จึงควรล้างหน้าไม่เกิน 2 – 3 ครั้งต่อวันก็สะอาดเพียงพอแล้ว
สำหรับการรักษาสิวนั้น พญ.ดวงกมล กล่าวว่ามีทั้งการทายาและรับประทานยา ขึ้นกับความรุนแรง ถ้ามีแค่สิวอุดตัน ไม่อักเสบ สามารถใช้ยาทาได้ แต่ถ้าสิวอักเสบมาก ต้องรับประทานยาแก้อักเสบ ถ้ามีสิวอักเสบรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อลดโอกาสเกิดแผลเป็นจากสิว หลีกเลี่ยงการบีบหรือแกะสิว เพราะทำให้เกิดรอยหลุมสิว ซึ่งยากที่จะรักษาให้ผิวกลับมาเรียบดังเดิม
ปัจจุบัน การรักษารอยหลุมสิวมีได้หลายวิธี เริ่มตั้งแต่ครีมกรดวิตามินเอ แต่วิธีนี้จะเหมาะสำหรับรอยที่เป็นมาไม่นาน และต้องใช้เวลาทานานจึงจะเห็นผล การใช้กรดไตรคลอโรอะซิติกแต้มรอยแผล วิธีนี้จะทำให้เกิดแผลตกสะเก็ด และเมื่อสะเก็ดหลุดแผลก็จะตื้นขึ้น เนื่องจากมีการกระตุ้นให้สร้างเนื้อเยื่อซ่อมแซมใต้ผิวขึ้น วิธีนี้มีข้อควรระวังคือ หลังแต้มยาไม่ควรขัดหรือถูหน้าแรงๆ หรือตากแดดจัด เพราะทำให้แผลอักเสบ และเกิดรอยคล้ำหลังสะเก็ดหลุดได้ วิธีแต้มยานี้ต้องทำต่อเนื่องหลายครั้งจึงจะเห็นผล
นอกจากนี้ยังมีวิธีการอื่นในการรักษารอยหลุมสิว คือ การขัดผิวด้วยเกล็ดอัญมณีหรือไม่โครพิล (Micropeel) โดยใช้หัวขัดพ่นเกล็ดอัญมณีลงมาที่ผิว จะมีแรงดูดเบาๆ ขณะเดียวกันเกล็ดอัญมณีที่พ่นออกมาจะขัดผิวชั้นตื้นๆ ออกไป ความรู้สึกในขณะทำการขัดจะคล้ายการใช้กระดาษทรายละเอียดถูเบาๆ ที่ผิวแต่ไม่ทำให้เกิดแผลจึงไม่ต้องพักฟื้นหลังทำไมโครพีลจึงสามารถแต่งหน้า และทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ
การทำไมโครฟิลนี้จะทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น และชั้นคอลลาเจน (Collagen) ใต้ผิวเพิ่มขึ้นจึงทำให้รอยหลุมสิวตื้นขึ้น ควรทำต่อเนื่องทุก 1 – 3 สัปดาห์ และจะเริ่มเห็นผลการรักษาประมาณ 5 ครั้งขึ้นไป ขึ้นกับความลึกของรอยหลุมสิว แต่ละครั้งใช้เวลาทำนาน 45 นาที – 1 ชั่วโมง วิธีนี้นอกจากจะใช้ในการรักษารอยหลุมสิวแล้ว ยังเหมาะสำหรับผิวที่มีริ้วรอย ผิวมันรูขุมขนกว้าง รอยแตกลายที่หน้าท้อง ต้นขา และสะโพก
ส่วนการดูแลผิวสำหรับวัยทำงานพญ.ดวงกมล เผยว่า วัย นี้มีโอกาสใช้เครื่องสำอางมากขึ้น การดูแลทำความสะอาดผิวหลังแต่งหน้าจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะถ้าทำความสะอาดเครื่องสำอางไม่หมดอาจทำให้รูขุมขนอุดตันเป็นสิวได้ง่าย ควรใช้คลีนซิ่งโลชั่นเช็ดเครื่องสำอางออกก่อน แล้วจึงใช้โฟมหรือเจลล้างหน้าทำความสะอาด จะทำให้ล้างเครื่องสำอางได้หมดจด
ความเครียดจากการทำงาน การอดนอนเพราะโหมงานหนัก ทำให้ผิวพรรณไม่สดใสเกิดริ้วรอยได้ นอกจากการเปลี่ยนแปลงตามวัยเมื่ออายุเกิน 30 ปีขึ้นไป เซลล์ผิวหนังส่วนบนจะมีการผลัดผิวช้าลง ทำให้ผิวหมองคล้ำรูขุมขนกว้างและหยาบกร้าน การใช้กรดผลไม้ หรือ AHA จะช่วยเร่งการผลัดผิวเก่า ทำให้ผิวดูสดใส สีผิวสม่ำเสมอและขาวขึ้น โดยแพทย์จะใช้กรดผลไม้ในรูปเจลความเข้มข้น 30 – 70 % ทาทั่วหน้าทิ้งไว้ 3 – 5 นาที ความรู้สึกหลังทาจะมีอาการแสบยิบๆ เล็กน้อย และจะหายไปเมื่อล้างออก
ขณะเดียวกัน "ฝ้า" ก็เป็นปัญหาที่พบบ่อยในบ้านเรา เนื่องจากฝ้าเป็นผลสะสมจากการโดนแดดจัดเป็นเวลานาน ทำให้ผิวผลิตเม็ดสีเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดดอย่างต่อเนื่องจนเกิดเป็น ปื้นสีน้ำตาลที่ใบหน้า ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดฝ้า ได้แก่ กรรมพันธุ์ และฮอร์โมนเพศหญิง ซึ่งจะสังเกตว่าในหญิงตั้งครรภ์จะมีฝ้าขึ้นเพราะผลจากฮอร์โมนที่เพิ่มขึ้นใน ช่วงตั้งครรภ์ สิ่งสำคัญในการรักษาฝ้าก็คือ การหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดโดยการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ และใช้ยาทารักษาฝ้าเพื่อลดการสร้างเม็ดสีก็จะช่วยลดความเข้มของฝ้าลงได้ ผลการรักษาจะเร็วหรือช้าขึ้นกับ ความเข้ม ความลึกของฝ้าและระยะเวลาที่เป็น ตามปกติฝ้าตื้นๆ จะตอบสนองต่อการรักษาได้ดีกว่าฝ้าลึก แต่อย่างไรก็ตามฝ้าส่วนใหญ่ไม่หายขาด ดังนั้น การดูแลผิวอย่างถูกต้องโดยใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ หลีกเลี่ยงแสงแดดช่วง 10.00 -15.00 น. จะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด และไม่ควรซื้อครีมทาฝ้า หรือครีมที่ทำให้ผิวขาวอย่างรวดเร็วมาทาเอง เพราะอาจมีส่วนผสมของสารปรอท หรือสารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ในปริมาณสูง มีผลสะสมในผิวหนังทำให้เกิดรอยด่างดำที่ผิวอย่างถาวร ส่วนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่บอกสรรพคุณว่ารักษาฝ้าได้นั้นยังไม่มีการศึกษา ทางการแพทย์ที่สนับสนุนหรือรับรองผลการรักษา จึงควรพิจารณาให้ดีก่อนจะเลือกใช้
การชะลอการเกิดริ้วรอยก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนปรารถนา ริ้วรอยที่ผิวหน้าเกิดได้จากการเปลี่ยนแปลงตามวัย และจากแสงแดด เมื่ออายุเพิ่มขึ้นจะมีการเปลี่ยนแปลงของผิว ตั้งแต่ชั้นหนังกำพร้าจะบางลง มีการกระจายของเม็ดสีไม่สม่ำเสมอ ในชั้นใต้ผิวหนังพบว่าชั้นคอลลาเจนบางลง เส้นใยอีลาสตินที่ให้ความยืดหยุ่นและทำให้ผิวกระชับเสื่อมสภาพ ยิ่งถ้ามีผลจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดก็จะทำให้เส้นใยเหล่านี้เสื่อม สภาพมากขึ้น ทำให้ผิวแก่เร็วขึ้น การป้องกันริ้วรอยสามารถทำได้โดยการใช้ครีมกันแดดเป็นประจำ ใช้ครีมบำรุงให้เหมาะสมกับสภาพผิว นอกจากครีมผสมกรดผลไม้ที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าแล้ว การใช้ครีมที่มีส่วนผสมของกรดวิตามินเอ ก็จะช่วยเสริมสร้างชั้นคอลลาเจนให้หนาขึ้น และมีการจัดเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบทำให้ผิวคงความยืดหยุ่นและเต่งตึง
ริ้วรอยรอบดวงตาและรอยหมองคล้ำใต้ตา อาจเกิดจากการอดนอน โรคภูมิแพ้ กรรมพันธุ์และการขยี้ตาบ่อยๆ ทำให้เกิดริ้วรอยเล็กๆ ใต้ตา เราสามารถป้องกันการเกิดริ้วรอยเหล่านี้ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ขยี้หรือถูเปลือกตาอย่างรุนแรง ทาครีมรอบดวงตาเพิ่มความชุ่มชื้น นอกจากนี้ การนวดโดยใช้คลื่นเสียงอัลตราโซนิก (Ultrasonic) จะช่วยให้สารเติมความชุ่มชื้นเช่น Hyaluronate ซึมสู่ผิวได้ดีขึ้น โดยสามารถทำได้สัปดาห์ละครั้ง วิธีนี้ไม่ทำให้ผิวระคายเคือง หลังทำเสร็จแล้วก็สามารถดูแลผิวได้ตามปกติ
ในกรณีที่ริ้วรอยนั้นเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อ รอบดวงตา เช่น รอยที่หางตา หัวคิ้ว และหน้าผาก การใช้สาร Botox ฉีดเพื่อให้กล้ามเนื้อหยุดทำงานชั่วคราว ก็จะช่วยลดริ้วรอยและป้องกันริ้วรอยไม่ให้เพิ่มขึ้นได้ โดยสาร Botox จะมีผลต่อกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนนั้นนานประมาณ 4 – 6 เดือน หลังจากนั้นประสิทธิภาพจะลดลง แต่ไม่ทำให้เกิดริ้วรอยมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าฉีดสาร Botox ซ้ำ ครั้งที่ 2 และ 3 ฤทธิ์ของ Botox ก็จะคงอยู่ได้นานขึ้นในแต่ละครั้งที่ฉีด
ข้อดีของลดริ้วรอยโดยการฉีด Botox คือ ไม่ต้องการการพักฟื้น แต่ก็มีข้อควรระวังในการฉีดคือ อาจเกิดรอยช้ำเล็กๆ ตรงตำแหน่งที่ฉีดได้ โดยเฉพาะบริเวณหางตา หรือมีอาการปวดศีรษะหลังฉีด แต่จะเป็นชั่วคราวและหายได้เอง
การดูแลผิวในวัยสูงอายุ วัยนี้ผิวจะเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย เนื่องจากการผลิตไขมันที่เคลือบระหว่างชั้นผิวลดลง จึงทำให้ผิวแห้งระคายเคืองได้ง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ผิวยังบางลง หลอดเลือดฝอยใต้ผิวยังเปราะและแตกง่าย จะเห็นว่าผู้สูงอายุมักมีรอยช้ำเขียว หรือแดงอมม่วงที่บาง คนเรียกว่า พรายย้ำ ได้ง่ายแม้ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง จึงควรเลือกใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของ Moisturizer และค่า pH ใกล้เคียงกับผิวปกติ ควรหลีกเลี่ยงน้ำอุ่นจัดเพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น หลังอาบน้ำควรทาโลชั่นทุกครั้งก็จะป้องกันการเกิดผื่นคันจากผิวแห้งในผู้สูง อายุได้
จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น จะเห็นว่าแม้อยู่ในวัยใดก็ตาม ผิวต้องการการดูแลที่เหมาะสม แต่อย่าลืมดูแลสุขภาพร่างกายทั่วไป โดยการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ถ้าเรารับประธานอาหารเพียงพอก็ไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานผลิตภัณฑ์อาหาร เสริมเพิ่มเติม ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ ออกกำลังกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ หาวิธีคลายเครียดอย่างเหมาะสมก็จะช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ
ดูแลผิวอย่างไร ให้สวยสมวัยอยู่เสมอ
ที่ 20:50 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ, วิทยาศาสตร์
หวัด09 ตาย81ราย ป่วยลดลง
สธ.แถลงสรุปจำนวนผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มอีก 16 ราย ยอดตายสะสมเพิ่มเป็น 81 ราย ชี้การระบาดในกทม.และปริมณฑลลดลง ส่วนภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น.....
เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา(5 ส.ค.)น.พ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะแพทย์ แถลงข่าวสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ เอช1เอ็น1 ประจำสัปดาห์ว่า ในรอบสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.-2 ส.ค.กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้ขึ้นทะเบียนผู้เสียชีวิตไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ จำนวน 16 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 7 ราย ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 5 ราย โดยมียอดผู้เสียชีวิตสะสม จำนวน 81 รายทั้งนี้ ในจำนวนผู้เสียชีวิต 16 ราย มี 12 รายที่มีโรคประจำตัว โดยอ้วน มีน้ำหนักตัวมากสูงที่สุด รองลงมาเป็นเบาหวาน หอบหืด สูบบุหรี่จัด และหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตที่ลดลง เนื่องจากมีความตื่นตัวและเข้าใจโรคนี้มากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ เมื่อมีอาการเจ็บป่วยแล้วมารักษาตัวช้า โดยเฉลี่ยมีอาการป่วยแล้วถึง 5-6 วันจึงมาพบแพทย์ ทำให้มีอาการหนักทำให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสไม่ได้ผล แต่ถือว่าค่าเฉลี่ยระยะเวลาในการมาพบแพทย์หลังเจ็บป่วย สั้นลงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 7-8 วัน
รองปลัด กระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า สำหรับยุทธศาสตร์และมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการต่อไป ยังคงเน้นหนักเรื่อง “2 ลด 3 เร่ง” ได้แก่ 1.ลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด โดยเน้นให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์อย่างรวดเร็ว 2.ลดการติดเชื้อและการป่วยให้มากที่สุด โดยกระตุ้นให้ประชาชนมีพฤติกรรมที่ถูกต้อง ในการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ และไม่แพร่เชื้อสู่คนอื่นขณะป่วย 3.เร่งให้อสม.กว่า 980,000 คนทั่วประเทศ ออกให้คำแนะนำและค้นหาผู้ป่วยในหมู่บ้านและชุมชนเป็นประจำ 4.เร่งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง โดยร่วมมือเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สสส. สปสช. และ 5.เร่งกระจายการบริหารจัดการสู่ระดับจังหวัด โดยรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ติดตาม กำกับ ให้มีการปฏิบัติตามมาตรการเหล่านี้ในพื้นที่อย่างจริงจัง
ด้าน นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ทั่วโลก พบการระบาดกระจายไปกว่า 160 ประเทศ ซึ่งองค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ได้หยุดการรายงานตัวเลขผู้ป่วยสะสม ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.2552 ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้สะท้อนถึงจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริง ในส่วนของประเทศไทย จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางระบาดวิทยา คาดว่าขณะนี้มีผู้ติดเชื้อประมาณ 3.5-5 แสนคน ส่วนใหญ่หายเป็นปกติแล้วเนื่องจากอาการไม่มาก ซึ่งสอดคล้องกับทั่วโลก การระบาดมีแนวโน้มชะลอตัวลงในกทม.และปริมณฑล ส่วนภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น.
ที่ 13:30 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
คิดอะไรไม่ออกให้ล้มตัวงีบหลับ นอนขบปัญหาออก
นักวิจัยมหาวิทยาลัยแค ลิฟอร์เนียแห่งสหรัฐฯ บอกหนทางสวรรค์ให้ว่า หากพบปัญหาปวดหัว ก็ไม่ต้องกลุ้มอกกลุ้มใจให้รีบงีบหลับไปเลย พอลืมตาตื่นขึ้นก็จะคิดออกเอง
หนังสือ พิมพ์รายวัน "เดอะ เดลี่ เทเลกราฟ" มีชื่อเสียงเมืองน้ำชา รายงานข่าวเรื่องนี้ว่า ทีมนักวิทยาศาสตร์ระหว่างชาติ ซึ่งมีศาสตราจารย์ซารา เมดริค มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเป็นหัวหน้า ได้พบว่า การนอนหลับทับปัญหา และยิ่งถึงกับฝันได้ก็ยิ่งดี จะช่วยนึกแก้ปัญหาออกได้จริงๆ เพราะการงีบหลับจะช่วยให้เรามีความคิดสร้างสรรค์ดีขึ้น ช่วยให้คิดนอกกรอบกว้างและไวขึ้น ยิ่งฝันได้ยิ่งดีใหญ่ ยิ่งจะช่วยให้ คิดออกขึ้น"
รายงานผลการศึกษา เสนอในวารสารวิชาการของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งชาติสหรัฐฯกล่าวว่า อาจารย์เมดริกได้ระบุว่า "เราพบว่า เวลาจะช่วยแก้ ปัญหาความคิดสร้างสรรค์ของงานที่ทำอยู่เองแต่ถ้าหากเป็นปัญหาใหม่ๆ จะต้องให้เป็นระหว่างการนอนหลับระยะที่สอง ที่มีการกลอกตาอย่างรวดเร็วเกิดขึ้นเท่านั้น จึงจะเกิดความคิดสร้างสรรค์ขึ้น".
ที่ 07:29 1 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
เบื้องต้นคาดแพนด้าน้อย "ลูกหลินฮุ่ย" เป็นเพศเมีย
น.เจ้าหน้าที่สวนสัตว์เชียงใหม่ได้นำลูกแพนด้าน้อยที่เกิดจากแม่หลินฮุ่ย
ออกมาชั่งน้ำหนัก และวัดขนาดลำตัว โดยมีน้ำหนักตัว 230 กรัม
ซึ่งหนักกว่ามาตรฐานปกติของลูกแพนด้า ที่มีน้ำหนักแรกเกิด 200 กรัม
มีขนาดความยาวลำตัว 17.5 เซนติเมตร รอบหัว 10 เซนติเตร และรอบอก 17.5
เซนติเมตร เบื้องต้นคาดว่าแพนด้าน้อยน่าจะเป็นเพศเมีย
ที่ 23:01 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ, วิทยาศาสตร์
ม.บูรพาแจงนิสิตโดดตึกมีปัญหาสุขภาพจิต-ไม่เกี่ยวรับน้อง
"ส่วนที่หลายคนพยายามที่จะนำเรื่องนี้มาโยงว่าเป็นเรื่องของการรับน้องนั้น อยากบอกว่านิสิตเพิ่งเข้ามารายงานตัว และกิจกรรมรับน้องยังไม่เกิดขึ้น จึงไม่อยากให้นำเรื่องนี้มาโยงกัน แต่จากปัญหาที่เกิดขึ้น ในอนาคตทางมบ.อาจต้องมีการตรวจสุขภาพจิตของนิสิตที่จะมาเรียนด้วย เพราะถือวิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้อีก" ศ.ดร.สุชาติ กล่าว
ที่ 16:45 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: การศึกษา, ชีวิตคุณภาพ
กักตัวหญิงไทยจากญี่ปุ่นสงสัยติดหวัด09
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (26 พ.ค.) แพทย์ได้กักตัวหญิงอายุประมาณ 20 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น และมีอาการไข้ตัวร้อน ไว้ที่โรงพยาบาลพังงา เนื่องจากเข้าข่ายต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สำหรับผลการตรวจเชื้อคาดว่า จะทราบผลภายในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (27 พ.ค.)
นพ. เจษฎา ฉายคุณรัฐ สาธารณสุข จ.พังงา กล่าวว่า ผู้ป่วยที่ถูกกักตัวพบว่ามีอาการไข้สูง ไอ เจ็บคอ ปวดหัว ตัวร้อน โดยเพิ่งเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่เสี่ยงต่อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ 2009 มากับสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ และโดยสารเครื่องบินต่อมายัง จ.พังงา เบื้องต้นขณะนี้ได้นำเลือดผู้ป่วยส่งตรวจหาเชื้อและกักตัวไว้ในห้องแยกโรค
ที่ 16:41 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
"เคอิโงะ"กลับถึงบ้านวิ่งแก้บน 50 รอบ
ล่าสุด เมื่อช่วงเช้า ด.ช.เคอิโงะตื่นนอนตั้งแต่เช้าพร้อมทั้งจัดเตรียมอาหารปลาที่จะออกไปขายให้ แก่นักท่องเที่ยวที่วัดท่าหลวง พระอารามหลวง พร้อมกับป้า ที่เตรียมของออกไปขายส้มตำ อีกทั้งเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ไปแก้บนต่อหลวงพ่อเพชร ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของชาวพิจิตร หลังจากอธิษฐานว่า หากได้พูดคุยกับพ่อ หรือเจอพ่อชาวญี่ปุ่น จะวิ่งรอบพระอุโบสถ 50 รอบ
จากนั้น เคอิโงะแต่งกายชุดกีฬา แต่ไม่สวมรองเท้า เพื่อวิ่งแก้บนรอบพระอุโบสถที่วัดท่าหลวง พระอารามหลวง 50 รอบท่ามกลางชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างมายืนปรบมือให้กำลังใจนับร้อยคน ในครั้งแรกนั้น ด.ช.เคอิโงะตั้งใจจะวิ่งแบบผ่อนส่งคือวิ่งวันละ 20 รอบ 3 วัน แต่พอมีแรงใจจากประชาชนนับร้อย ทำให้มีกำลังใจวิ่งจนครบ 50 รอบ ซึ่งเป็นระยะทางประมาณ 2,500 เมตร หรือ 2.5 กม.
อย่างไรก็ตาม การวิ่งแก้บนครั้งนี้มี ด.ช.เอนก พรมเมือง และด.ช.นัฐพล เอี่ยมอุไร ซึ่งเป็นเพื่อน คอยเป็นกำลังใจ เมื่อ ด.ช.เคอิโงะวิ่งถึงรอบที่ 15 ก็หยุดเข้าไปกินน้ำในถังน้ำเย็นในพระอุโบสถ ท่ามกลางกองเชียร์และนักท่องเที่ยวที่มากราบไหว้หลวงพ่อเพชร ตะโกนว่าวิ่งผ่อนส่งก็ได้ แต่ ด.ช.เคอิโงะไม่ยอม กลับตอบไปว่า กลัวหลวงพ่อเพชรจะโกรธถ้าไม่ทำตามสัญญา จากนั้นก็วิ่งต่อไป โดยมีกองเชียร์นับร้อยคนคอยปรบมือและมอบรางวัลจนถึงรอบที่ 25 เคอิโงะมีอาการเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก แต่ก็ไม่ยอมหยุด กระทั่ง ด.ช.เอนกมาขอแตะมือและช่วยวิ่งแทนให้อีก 10 รอบ รวมเป็น 35 รอบ จากนั้น ด.ช.เคอิโงะหายเหนื่อยก็วิ่งต่ออีกจนครบ 50 รอบ เรียกเสียงปรบมือดังลั่นจากกองเชียร์ หลังวิ่งเสร็จสิ้น ด.ช.เคอิโงะเดินเข้าไปกราบไหว้หลวงพ่อเพชร พร้อมกล่าวว่า “หนูเจอพ่อแล้ว ขอบคุณหลวงพ่อเพชรที่ช่วยหนู วันนี้หนูมาวิ่งแก้บน ตามที่สัญญาแล้วนะครับ”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่ ด.ช.เคอิโงะวิ่งครบ 50 รอบแล้ว ปรากฏว่า เป็นลม หน้ามืดจะล้ม ทำให้นักท่องเที่ยวที่ไปกราบไหว้หลวงพ่อเพชรเข้าช่วยกันพยุงมาที่ใต้ร่มไม้ และช่วยกันปฐมพยาบาล โดยนางปัทมา จตุพิศ ป้าของ ด.ช.เคอิโงะ กล่าวว่า สาเหตุที่ ด.ช.เคอิโงะเป็นลม เนื่องจากไม่ได้กินข้าวเช้า อีกทั้งอ่อนเพลีย เพราะเพิ่งเดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ ยังพักผ่อนไม่เต็มที่ ซึ่งบอกให้ ด.ช.เคอิโงะอยู่บ้านไม่ต้องออกมาช่วยขายอาหารปลา ก็ไม่ยอม บอกว่าอยากจะหาเงินช่วยป้า อีกทั้งอยากจะขายอาหารปลาเพื่อเก็บเงินไว้ซื้อโทรศัพท์มือถือ เพื่อจะได้คุยกับพ่อชาวญี่ปุ่น
ด.ช.เคอิโงะกล่าวว่า หลังจากที่ต้องเสียเวลาเดินทางไปกรุงเทพฯ หลายวัน เสียดายรายได้จากการขายของ จึงรีบลุกขึ้นมาเตรียมของ และวิ่งแก้บนที่ได้บนไว้กับหลวงพ่อเพชร อย่างไรก็ตาม หากมีใครมาติดต่อให้เป็นดาราก็อยากเป็นมาก แต่ต้องเป็นดาราประเภทที่เป็นเรื่องชีวิตเศร้าๆ ที่ตรงกับชีวิตตัวเอง และถ้าจะให้ไปเป็นจริงๆ ต้องมาทำที่ จ.พิจิตร ถ้าไปที่อื่นต้องมีป้าไปด้วย เพราะเป็นห่วงป้า กลัวไม่มีใครช่วยขายของ
ที่ 18:30 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
ลุ้น!! ผลตรวจครูที่นครราชสีมาติดเชื้อหวัด 2009 หรือไม่ เที่ยงนี้
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่จังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประสานกับสาธารณสุขจังหวัด และ อสม. เพื่อเป็นพื้นที่เฝ้าระวังเป็นพิเศษด้วย เช่น อ.บางปะกง อ.แปลงยาว อ.ทุ่งยาว และ อ.บางน้ำเปรี้ยว
ทั้งนี้ ในการดูแลและเฝ้าระวังเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 สาธารณสุขจังหวัดพยายามรณรงค์เพื่อทำความเข้าใจป้องกันตนเอง เช่น การใส่หน้ากากอนามัย ที่จะแจกจ่ายไปอย่างทั่วถึง ทั้งที่โรงเรียน และสถานีขนส่งของจังหวัด
ที่ 09:45 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
"เคอิโงะ"ดีใจ ได้คุยกับพ่อแล้วกว่า 50 นาที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ช.เคอิโงะมีสีหน้าแปลก ๆ ก่อนแถลงข่าวนั้นก็ร้องไห้พร้อมกับปาดน้ำตา โดยด.ช.เคอิโงะกล่าวว่า รู้สึกดีใจ แต่การสื่อสารกับพ่อไม่รู้เรื่องเพราะคุยแต่ภาษาอังกฤษกับญี่ปุ่น และไม่ได้พูดคุยกับพ่อโดยตรงเนื่องจากอยู่กันคนละห้องกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีพี่ผู้หญิงคนหนึ่งคอยดูแลให้ช็อกโกแลตกิน ซึ่งคำแรกที่พูดคุยกับพ่อคือ "สวัสดี" ขณะที่นายชินายา อาโอกิกล่าวว่า ขณะพูดคุยกันนั้น ทุกคนอยู่รวมในห้องเดียวกันหมด ทั้งเจ้าหน้าที่สถานทูต ด.ช.เคอิโงะ นางปัทมา จตุพิศ ผู้เป็นป้า ญาติและล่าม
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ผู้ประสานงานและญาติของด.ช.เคอิโงะได้เตรียมล่ามไปด้วยเป็นอาจารย์สอนภาษา ญี่ปุ่นที่จ.พิจิตร แต่เจ้าหน้าที่สถานทูตไม่อนุญาตให้เข้าร่วมพูดคุยด้วย ทำให้ผู้ประสานงานตั้งข้อสังเกตุว่า ฝ่ายสถานทูตต้องการให้รับข้อมูลด้านเดียว ซึ่งการสื่อสารจากพ่อที่ส่งมานั้นอาจเป็นสีดำ แต่ก็ถูกแปลให้เป็นสีขาวเมื่อมาถึงหูของด.ช.เคอิโงะ ทั้งนี้ สมาคมชาวจังหวัดพิจิตรซึ่งเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่ประสานตามหาพ่อและมีข้อ ตกลงว่า จะรับผิดชอบด้านปัจจัยสี่ให้ ด.ช.เคอิโงะจะได้พาด.ช.เคอิโงะไปแถลงข่าวอีกครั้งอย่างละเอียดที่โรงแรมริ เวอร์ไซด์และจะอนุญาตให้สื่อมวลชนได้สอบถามอย่างเต็มที่ เชื่อว่าเด็กจะพูดแต่ความจริง
ที่ 19:26 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
เท่ง เถิดเทิงนำเงินบริจาคช่วยน้องนุ้ยขาเท่าขาช้าง
โดยคณะแพทย์ของโรงพยาบาลสมุทรปราการ พร้อมน้องนุ้ยได้เดินทางไปถึงทางโรงบาลพระมงกุฎ ซึ่งได้เตรียมการต้อนรับไว้แล้ว โดยมีนายแพทย์ทิพชาติ บุญยรัตพันธ์ ได้รับตัวไว้พัก ณ ที่ตึก มหาวชิราลงกรณ์ ห้องพิเศษเด็กชั้น 4 เบื้องต้นแพทย์เจ้าของไข้ได้ให้น้ำเกลือและเลือด รอดูอาการเพื่อตรวจวิเคราะห์ 3 วัน และจะได้ทำตามขั้นตอนต่อไป
ส่วนในด้านผู้ที่มีน้ำใจช่วยเหลือหนูน้อยผู้ป่วยมีบริษัทห้างร้านและบุคคล ทั่วไปโทรศัพท์แจ้งความจำนง เพื่อบริจาคไปแล้วหลายสิบรายโดยเฉพาะ เท่ง เถิดเทิง เดินทางนำเงินไปบริจาคด้วยตนเอง ให้กับมือหนูน้อยที่โรงพยาบาลพระมงกุฎด้วยความสงสาร ซึ่งนางปราโลม รุ่งทอง แม่ของหนูน้อยกล่าวของคุณด้วยน้ำตานองหน้า ด้าน นายสมนึก รุ่งทอง บิดาของน้องนุ้ย พร้อมด้วย เด็กหญิงสุวราและเด็กชายนันทยศ รุ่งทอง จะเดินทางจากจังหวัดน่านเพื่อมาเยี่ยมบุตรสาวในวันที่ 23 พ.ค. 52 และในการเดินทางมาครั้งนี้จะมีคณะอาจารย์จากโรงเรียนจุมปีวนิดาพรก็จะมา เยี่ยมน้องนุ้ยด้วยเหมือนกัน
ที่ 19:22 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
แนะผู้สงสัยติดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่คาดหน้ากาก-รีบพบแพทย์
ส่วนคนไทยที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดเช่นกัน โดยให้สังเกตอาการของตนเองภายใน 7 วัน หากมีไข้ไอขอให้คาดหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันและไปพบแพทย์
ที่ 17:13 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
ไม่ให้ประกันแรมบ้า ข่มขืนถ่ายคลิปป.โท
ความคืบหน้ากรณีตำรวจ บก.ปดส. จับกุมนายสุรชัย วิวัฒนชาติ หรือเอ็ม
แรมบ้า ร่วมกับนางธนวรรณ คล้ายแพร ภรรยา
ก่อเหตุลวงนักศึกษาสาวปริญญาโทไปมอมยาขืนใจ
แล้วถ่ายคลิปวีดิโออุบาทว์เก็บไว้แบล็กเมล์ ต่อมาเมื่อเวลา 13.00
น. วันที่ 30 ม.ค. ที่ บก.ปดส.
พ.ต.อ.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผกก.1 บก.ปดส. พ.ต.ท.คณธัช มุสิกานนท์ รอง ผกก.1
บก.ปดส. สั่งการให้พนักงานสอบสวนเบิกตัวนาย สุรชัย วิวัฒนชาติ อายุ 33 ปี
หรือ “เอ็ม แรมบ้า” และ นางธนวรรณ คล้ายแพร อายุ 42 ปี ภรรยา
ออกจากห้อง ควบคุมตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม
และให้ผู้เสียหายชี้ตัวตามขั้นตอนกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เดินออกมาจากห้อง ควบคุม
นายสุรชัยยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มทักทายสื่อมวลชนที่มาดักรอบันทึกภาพ
จากนั้นพนักงานสอบสวนได้นำตัว
นายสุรชัยและนางธนวรรณไปยังห้องสอบสวนเพื่อรอทำการชี้ตัว
แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งสองปฏิเสธที่จะให้ ผู้เสียหายชี้ตัว
โดยอ้างว่ารู้จักกันอยู่แล้ว พนักงานสอบสวน จึงทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
ก่อนจะนำตัวไปผัดฟ้องฝากขัง ครั้งแรกที่ศาลอาญา
นายสุรชัยกล่าวกับผู้สื่อข่าวระหว่างรอส่งตัวไปผัดฟ้องฝากขังว่า
ตนยังรักน้องเขาอยู่ จะให้ทำอย่างไรดี
จะโกรธจะเกลียดอย่างไรก็ขอให้มาลงที่ตน เพราะแฟนตน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร
และก็รักทั้งสองคน แต่คงทำตามที่ น้องเขาเคยขอทั้ง 3 ข้อ ไม่ได้
ถ้าจะให้แต่งงานคงต้อง แต่งงานกับนางธนวรรณ เพราะผูกพันมา 8 ปีแล้ว ดูแล
กันมาตลอด สำหรับน้องคนนี้เคยพาไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกัน
ก็ถือว่าเป็นแฟนอีกคน ยังเคยพาไปฝากครรภ์ จะเรียกว่าเป็นสามีก็ได้
เพียงแต่ยังไม่ได้จดทะเบียน จะว่าไปก็เป็นเรื่องในครอบครัว
ซึ่งไม่น่าจะออกมาแบบนี้ จริงๆ แล้วคุยกันดีๆก็ได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงเรื่องคลิปวีดิโอ นายสุรชัยตอบว่า
ก็ได้รับเหมือนกัน อยากจะถามน้องเขาว่าเก็บไว้คนเดียว หรือเปล่า
เพราะออกมาแบบนี้ตนและแฟนก็เสียหาย เหมือนกัน คือเราอยู่กันเป็นแฟนกัน
บางทีก็มีถ่ายไว้สนุกสนาน แต่เมื่อหลุดไปก็ต้องช่วยกันดู อย่ามาโทษกันเอง
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ใครเป็นผู้ถ่าย นายสุรชัยกล่าวว่า ผลัดกัน เขา
เป็นคนถ่ายบ้าง ตนถ่ายบ้าง เมื่อถามว่า พาผู้เสียหายไป ฝากครรภ์ที่ไหน
นายสุรชัยกล่าวเพียงว่า เคยไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลวิภาวดี
แต่แท้งลูกที่โรงพยาบาลรามฯ 2
ด้าน พ.ต.อ.ณพวัฒน์กล่าวว่า
สำหรับการสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งสองให้การปฏิเสธ ขอให้การชั้นศาล
ส่วนการควบคุมตัวนั้นผู้ต้องหาได้ติดต่อขอยื่นประกันตัว
ในชั้นพนักงานสอบสวน โดยใช้หลักทรัพย์ 5 ล้านบาท แต่ทาง พล.ต.ต.ชัยวัฒน์
เกตุวรชัย ผบก.ปดส. ไม่อนุญาตเนื่องจากเห็นว่า
หากได้รับการประกันตัวผู้ต้องหาอาจ จะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
และข่มขู่ผู้เสียหาย ในส่วนของหลักฐานที่ตรวจยึดมาได้
ไม่ว่าจะเป็นฮาร์ดดิสก์ คอมพิวเตอร์ของผู้ต้องหา แผ่นซีดี
ได้ประสานให้เจ้าหน้าที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที)
เข้า ร่วมตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส สำหรับผู้ต้องหาในคดีนี้ มีเพียง 2 ราย
ส่วนผู้เสียหายขณะนี้ก็ยังคงมีอาการหวาดกลัว อยู่ตลอดเวลา
และยังอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
นอกจากผู้เสียหายเข้าแจ้งความ ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปดส.
แล้วก่อนหน้านี้ผู้เสียหายยังได้เข้าร้องทุกข์ขอความคุ้มครองจากกรมสอบสวน
คดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กระทรวงยุติธรรม
เพื่อขอความคุ้มครองหลังจากถูกผู้ต้องหาข่มขู่คุกคามจนเกิดความหวาดผวา
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ร.ต.อ.นำชัย
ยกย่องกุล พนักงานสอบสวนกองปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชนและสตรี (บก.
ปดส.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้ควบคุมตัวนายสุรชัย และนางธนวรรณ คล้ายแพร
ผู้ต้องหาคดีข่มขืนถ่ายคลิป สาวปริญญาโท ไปฝากขังต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน
ตั้งแต่ วันที่ 30 ม.ค. ถึง 10 ก.พ. 52 เนื่องจากต้องรอสอบปากคำพยานอีก 6
ปาก รอผลตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา
จากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
คำร้องบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อวันที่ 16 เม.ย. ถึง 20 ส.ค. 51
นายสุรชัยและนางธนวรรณได้ ร่วมกันข่มขืนใจ หน่วงเหนี่ยวกักขัง
และข่มขืนกระทำชำเรานางสาวเอ๋ (นามสมมติ) อายุ 22 ปี ผู้เสียหาย
บริเวณห้องนอนชั้น 2 ของห้างหุ้นส่วนจำกัด อินเตอร์เนชั่นแนลดีเทคทีฟ
(ไทยแลนด์) ที่เกิดเหตุ ซึ่งนายสุรชัย
ใช้เป็นที่พักและสถานที่ทำงานหลายครั้งด้วยกัน
โดยใช้อาวุธปืนข่มขู่ผู้เสียหาย และในขณะข่มขืนผู้เสียหายนั้น
นายสุรชัยได้บันทึกภาพไว้ในกล้องวีดิโอคอมพิวเตอร์
และโทรศัพท์เพื่อใช้บังคับข่มขู่ผู้เสียหาย
จึงถูกนายสุรชัยกระทำชำเรามาโดยตลอด
ภายหลังผู้เสียหายหลบหนีมาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ทั้งนี้
นายสุรชัยยังได้ส่งภาพขณะร่วมเพศกับนางธนวรรณและผู้เสียหาย
ไปยังมารดาและเพื่อนของผู้เสียหายให้ได้รับความอับอาย
การกระทำของผู้ต้องหาทั้งสอง เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83,
276, 309, 310, 326 และ 328
โดยในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ท้ายคำร้องระบุด้วยว่า ผู้ต้องหาประกอบอาชีพ
รับจ้างสืบสวนสะกดรอยติดตามบุคคล มีอาวุธปืนในครอบครองหลายกระบอก
หากได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว อาจไปข่มขู่ หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ประกอบกับผู้เสียหายหวาดกลัวผู้ต้องหา จึงขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา
ขณะที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นโฉนดบ้านพร้อมที่ดิน
ในย่านซอยอารีย์มูลค่า 5 ล้านบาทเศษ ขอประกันตัว
ต่อมาศาลพิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดี ความหนักเบาแห่งข้อหา
ประกอบกับคำคัดค้านของพนักงานสอบสวนแล้ว
เชื่อว่าจำเลยจะเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานข่มขู่พยาน
จึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว ให้เจ้าหน้าที่
ราชทัณฑ์นำตัวนายสุรชัยไปขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ส่วนนางธนวรรณ
นำไปควบคุมตัวที่ทัณฑสถานหญิงกลางต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรชัย หรือเอ็ม วิวัฒนชาติ
ระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรม
ในคดีใช้กำลังทำร้ายร่างกายอดีตภรรยา อ้วน-อารีวรรณ จตุทอง
อดีตรองนางสาวไทย เป็นเวลา 6 ปีนั้น ได้ปฏิบัติตัวอยู่ในระเบียบ
จนได้เลื่อนชั้นเป็นนักโทษชั้นดี
มีหน้าที่นำนักโทษป่วยไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลกลางราชทัณฑ์
กระทั่งมีความสนิทสนมรักใคร่ชอบพอกับนางธนวรรณ พยาบาลประจำทัณฑสถาน
รพ.กลางราชทัณฑ์ กระทั่งนายเอ็มพ้นโทษ เมื่อปี 2548
ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา จนมาเกิดเรื่องดังกล่าว
ที่ 09:40 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
ห่วง 'สาวล่าแต้ม' วอนสื่ออย่าโหมกระแสแฟนเด็ก
“ ปัจจุบันพบอัตราแม่วัยรุ่นตั้งครรภ์สูงขึ้น และเป็นผู้ที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้นผู้ปกครองหรือกลุ่มเพื่อน ควรหันมาสนับสนุนการตั้งเป้าหมายในชีวิตที่ดีงาม แข่งกันทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมจะดีกว่า” น.พ.ชาตรี กล่าว
ทั้ง นี้ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวด้วยว่า สื่อมวลชนจะต้องไม่สร้างค่านิยมว่าการมีแฟนเด็กเป็นเรื่องที่เหมาะสม ทั้งในหมู่ศิลปิน นักกีฬา หรือแม้แต่การ์ตูน ภาพทางอินเตอร์เน็ต เพราะความสัมพันธ์ต่างวัยมาก ใช่ว่าจะยืดยาว และราบรื่นสมหวังทุกคู่ จึงไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง โดยปกติผู้หญิงต้องการผู้ชายที่อายุมากกว่า เพราะมีความสามารถด้านการทำงาน ให้คำปรึกษา และฐานะที่มั่งคง ซึ่งถือเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่หากมองแค่เรื่องเพศสัมพันธ์อย่างเดียว นับว่าน่าห่วง เพราะเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน
ที่ 08:19 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
ผลสอบคดีขริบจู๋ แพทย์ผิด มีโทษถึงจำคุก2ปี
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 27 ม.ค. นพ.สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า ที่ประชุมคณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงโดยมี นพ.ปัญญา กีรติหัตถยากร เป็นประธาน ส่วนคณะกรรมการประกอบด้วย ตัวแทนแพทยสภา ตัวแทนสภาการพยาบาล ตัวแทนสภาทนายความ นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน ผู้ทรงคุณวุฒิจากกองประกอบโรคศิลปะและผู้เกี่ยวข้อง ได้สรุปผลการสอบว่า แพทย์มีความผิดตามมาตรา 34 (1) แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล 2541 ฐานไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพตรงตามสาขาที่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้แพทยสภาพิจารณาด้านจริยธรรมต่อไป
อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวอีกว่า ส่วนพยาบาลที่เป็นผู้ทำการขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ จะได้ส่งเรื่องให้สภาการพยาบาลพิจารณาในด้านการ ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายเช่นกัน และทราบว่าหลังเกิดเรื่องขึ้นทางคลินิกได้ให้การดูแลเด็กผู้เสียหายเป็น อย่างดีจนกระทั่งแผลหายดี ทั้งรอยแผลผ่าตัดที่ปากและแผลที่ขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศ โดยทราบว่าทางคลินิกจะดูแลอย่างดีที่สุดไปจนกระทั่งเด็กโตเป็นหนุ่ม ขณะเดียวกัน ก็จะมีการพิจารณาชดเชยทางด้านคุณธรรมตามความเหมาะสมด้วย
ขณะที่ นพ.ปัญญา กีรติหัตถยากร ประธานคณะอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กล่าวว่า สำหรับความผิดของพยาบาลที่เป็นผู้ขริบอวัยวะเพศผู้เสียหายนั้น คณะอนุกรรมการฯจะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการสถานพยาบาล ที่มี นพ.ปราชญ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ เป็นประธาน เพื่อพิจารณา หากมีความเห็นตามคณะอนุกรรมการฯ จึงจะดำเนินการนำเรื่องส่งฟ้องศาล ส่วนการลงโทษตามกฎหมายมีความรุนแรงหรือไม่นั้นอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล สำหรับสถานพยาบาลขณะนี้สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ เนื่องจากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต อีกทั้งจากการตรวจสอบเครื่องมือและการรักษาพยาบาลก็ไม่ได้ผิดมาตรฐาน เพียงแต่ไม่มีผู้ควบคุมในขณะปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น
ด้าน นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า หากเด็กผู้เสียหายเกิดปมด้อย เพราะถูกเพื่อนๆล้อจนเป็นปัญหาสุขภาพจิตขึ้น และต้องการได้รับความช่วยเหลือ ทางกรมสุขภาพจิตยินดีที่จะช่วยเหลือ โดยที่ จ.สมุทรปราการ ก็มีโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ ที่มีจิตแพทย์ด้านวัยรุ่นอยู่
เย็นวันเดียวกัน หลังทราบผลการสอบสวนของ คณะอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริง กระทรวงสาธารณสุข ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่คลินิกเวชกรรมมหาชน ถนนนครเขื่อนขันธ์ ต.ตลาด อ.พระประแดง ขอพบ นพ.ศิริพงศ์ ถมสุวรรณ เจ้าของคลินิก เพื่อสอบถามความเห็น แต่ไม่พบตัวทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า นพ.ศิริพงศ์ออกไปธุระข้างนอก
ที่ 02:42 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
แทงดับนักศึกษา 'เทคนิคกรุงเทพ' หน้ามาบุญครอง
นักศึกษาราชมงคลกรุงเทพถูกสถาบันอริรุมฆ่ากลางกรุง เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 15 ม.ค. พ.ต.ท. ธัชชัย บุญเพ็ง พนักงานสอบสวน (สบ 3) สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณริมถนนฝั่งตรงข้ามห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ถนนพญาไท แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม. จึงรุดไปสอบสวน
ที่เกิดเหตุพบเพียงรอยเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บมีพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาลจุฬาฯ ทราบชื่อนายนิกรชัย รอดเจริญ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/8 หมู่ 5 ต.บางกระเจ้า อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เป็นนักศึกษาชั้นปี 4 คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มีบาดแผลถูกแทงที่หน้าท้อง 1 แห่ง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
สอบสวนทราบว่า หลังเลิกเรียน ผู้ตายพร้อมเพื่อนอีกหลายคนไปเดินเที่ยวเล่นที่ห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง กระทั่งห้างปิดบริการจึงข้ามฝั่งถนนมายืนรอรถประจำทางกลับบ้าน ระหว่างนั้นมีกลุ่มนักศึกษาไม่ทราบสถาบัน เข้ามาถามว่าเรียนที่ไหน พอผู้ตายบอกชื่อสถาบันนักศึกษา
กลุ่ม ดังกล่าวได้ฮือล้อมกรอบทำร้าย เกิดการชกต่อยชุลมุนก่อนผู้ตายจะถูกแทงล้มลง ขณะที่คู่กรณีถูกมีดแทงได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจวิทยุแจ้งตำรวจท้องที่ใกล้เคียงให้ตรวจสอบผู้บาดเจ็บโดนมีด แทงตามโรงพยาบาลในพื้นที่ บก.น.6 แต่ยังไม่พบ
อย่าง ไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนจะนำรูปนักศึกษาสถาบันในละแวกที่เกิดเหตุและอริ เก่าไปให้เพื่อนผู้ตายดูว่าใช่กลุ่มผู้ก่อเหตุหรือไม่ หลังเพื่อนผู้ตายจำหน้าได้บางคน สำหรับนายนิกรชัย รอดเจริญ เหยื่อนักเรียนนักเลงรายนี้เป็นที่น่าเสียดาย เพราะอีก 2 เดือนก็จะเรียนจบแล้ว
ที่ 18:08 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
เหตุเพลิงไหม้ห้างเสือป่าพบบาดเจ็บแล้ว 1 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเหตุเพลิงไหม้ห้างเสือป่าพลาซ่า ถนนพลับพลาชัย ข้างคลองถมว่า เมื่อช่วงเวลา 20.30 น. วันนี้ (4 ม.ค.) ว่า ไฟได้ลุกลามจากชั้นล่างขึ้นไปยังชั้นบนอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีคนติดค้างอยู่บริเวณชั้น 4 6 และ 9 โดยโบกไม้ โบกมือ และโบกผ้าขอความช่วยเหลือ และอีกส่วนหนึ่งได้หนีขึ้นไปรวมยังดาดฟ้า ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังใช้กระเช้าเข้าช่วยเหลือ แต่เป็นไปด้วยความอยากลำบาก เนื่องจากกลุ่มควันไฟมีมาก ซึ่งออกมาจากบริเวณชั้น 4 5 และ 7 ซึ่งเป็นชั้นที่ขายเครื่องหนัง มือถือ และพลาสติก เจ้าหน้าที่ได้มีการฉีกน้ำเลี้ยงเอาไว้ โดยมีรถไฟส่องให้แสงสว่างอยู่
ด้าน นายสันติ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกลาง กล่าวว่า ขณะนี้ไม่มีเปลวไฟแล้ว มีเพียงกลุ่มควันจำนวนมาก ซึ่งนับเป็นอุปสรรคอย่างมากของเจ้าหน้าที่ที่เข้าช่วยเหลือ ส่วนผู้บาดเจ็บเบื้องต้น ยังไม่ทราบจำนรวนที่แน่ชัด แต่ล่าสุดได้นำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บส่งยังโรงพยาบาลกลางแล้ว 1 คน ซึ่งตกลงมาจากด้่านบน ซึ่งไม่แน่ชัดว่าเป็นการโดดลงมาเอง หรือผลัดตกลงมา ซึ่งมีบาดแผลตามลำตัวเล็กน้อย เป็นผู้ชาย
ขณะ ที่ด้านนายต้น ผู้ที่ติดอยู่ภายในอาคารบริเวณชั้น 9 กล่าวว่า ขณะนี้ที่ชั้น 9 อาคารเสือป่า มีผู้ที่ติดอยู่ประมาณหลาย 10 คน แต่ละคนได้กระจายกันอยู่ เนื่องจากหากอยู่รวมตัวกันอาจจะไม่สามารถหายใจออกได้ ซึ่งส่วนใหญ่ได้ช่วยเหลือตัวเองก่อน ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูก ซึ่งรถกระเช้าของเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้
ที่ 22:06 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
เพลิงไหม้เสือป่าพลาซ่า คลองถมคนติดภายใน20
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (4ม.ค.) เมื่อเวลา 20.15 น. ที่ผ่านมาเกิดเพลิงไหม้เสือป่าพลาซ่า ถนนเจริญกรุง ข้างคลองถม เจ้าหน้าที่พร้อมรถดับเพลิงนับ 10 คันเข้าระงับเหตุ ทั้งนี้จุดเกิดเหตุเป็นร้านอุปกรณ์มือถือ โดยชั้นบนสุดพบว่าเป็นอาบอบนวด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างใช้น้ำดับไฟควบคุมไม่ให้ลุกลาม นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่ามีผู้ติดข้างอยู่ภายในกว่า 20 รายได้โบกมือร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ความคืบหน้าผู้สื่อข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป
ที่ 22:05 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
เหยื่อซานติก้าตายอีก 2 คน สรุปยอดรวมทั้งสิ้น 61 ศพ
เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กล่าวถึงค่าใช้จ่ายของผู้รักษาในโรงพยาบาลเอกชนว่า ตนได้ รับมอบหมายจากนายวิทยา แก้วภราดัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ประสานความช่วยเหลือ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นตัวกลางประสานกับ โรงพยาบาลเอกชนเพื่อต่อรองค่าใช้จ่ายและเรียกร้องให้เจ้าของผับรับผิดชอบ แต่หากไม่ได้ก็ต้องเสนอรัฐบาลโดยเสนอผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาที่การดำเนินการจะต้องเป็นขั้นตอน
ที่ 15:13 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
รายชื่อผู้บาดเจ็บเหตุไฟไหม้"ซานติก้าผับ"
ผู้บาดเจ็บ 9 คน ที่นำส่งโรงพยาบาลปิยะเวช ได้แก่ 1.น.ส. ณัฐฐา สะโมสูงเนิน อายุ 24 ปี 2.น.ส. จิตตรา สะโมสูงเนิน อายุ 26 ปี 3.นายทัศกร แตงสมบูรณ์ ไม่ทราบอายุ 4.มิสยูยังฮ่อง อายุ 38 ปี 5.มิตเตอร์เมเลวินลี จังโฮ อายุ 25 ปี 6.น.ส. กนกวรรณ จันทร์แจ่ม ไม่ทราบอายุ 7.คุณสนิ ตัณหสุวรรณ ไม่ทราบอายุ 8.มิสเตอร์มาเลน วังเคโย อายุ 45 ปี ทั้งหมดบาดเจ็บเล็กน้อย และอีกคนเป็นหญิงไทยทราบเพียงชื่อสุจิตา อาการสาหัส รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู
โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 9 คน คือ 1. มิสเตอร์ ซาลุส อายุ 26 ปี 2.มิสเตอร์ มาตาฟูมิ อายุ 27 ปี 3.น.ส.ปิยนุช เจริญเสน อายุ 27 ปี 4.มิสเตอร์รอน คริสเบิกส์ อายุ 49 ปี 5. มิสเตอร์ คามา อายุ 23 ปี 6. น.ส.กาญจนา นาคขวัญ อ่ายุ 25 ปี 7.น.ส.มลฤดี เนียมเรียน อายุ 25 ปี 8.น.ส.กิ่งกาญ ประสานวงศ์ อายุ 23 ปี 9.น.ส.วราวุธ นาคพิมพ์ อายุ 33 ปี ทั้งหมดมีบาดแผลไฟไหม้
โรงพยาบาลรามคำแหง 20 คน ทราบชื่อคือ 1.คุณกฤษฎา พรหมสุวรรณ 2.คุณจันทิกา พันโนริค 3.คุณพิษพิบูลย์ พิบูลย์หิรัญธรรมรงค์ 4.คุณพิชดา พงษ์คำ 5.คุณเดือนเพ็ญ ศรีสำโรง 6.คุณธีรพล ศิริอิฐวงศ์ 7.คุณสุขุมาพร พึ่งบุญพาณิช 8.คุณกิตอำพร ณ ทิศรี 9. คุณประวิศา ศรีสุภาพ 10 คุณจันทรา สาครศิลป์ 11คุณศิริวรรณ จอมใจพิจิตร 12 คุณมลฤดี คำนนท์ 13 คุณพนาเทพ อินสำราญ 14 คุณอรุณรุ่ง อรุณประเสริฐ 15 คุณอรุโนทัย พิชิตพงษ์นุสรณ์ 16 หญิงไทยไม่ทราบชื่อ อาการสาหัส ส่วน 4 คน ยังไม่ทราบชื่อ
โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ 5 คน 1.คุณพัชรินทร์ ซีควอร์รา อายุ 30 ปี 2. คุณธรรมชนก บุตรเดิม อายุ 28 ปี 3.คุณวีระพัฒน์ ยุติสี อายุ 20 ปี 4.คุณขวัญจิรา สุขดี อายุ 33 ปี 5.คุณขันติยาภา อาริภา อายุ 26 ปี
โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท อีก 10 กว่าคน ยังไม่ทราบชื่อ
โรงพยาบาลตำรวจ 1 คน นายกิตติ แซ่แต้ อายุ 34 ปี
โรงพยาบาลเกษมราษฎร์บางแค 2 คนคือ น.ส.ชุลีพร โพธิ์ชัย อายุ 21 ปี และ น.ส.ญาตาวี พรหมวิมานรัตน์ อายุ 27 ปี
โรงพยาบาลนครธน 1 คน น.ส.ปิยธิดา โพธิ์ชัย อายุ 29 ปี โรงพยาบาลราษฎร์บูรณะ 1 คนคือ น.ส.อินทิรา เพ็งดี อายุ 24 ปี
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 13 คน อาการสาหัส 5 คน ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ ประกอบด้วย 1.ชาวต่างชาติ ไม่ทราบชื่อ 2. คุณศิริลักษณ์ อักษรวรรณ 3. คุณพนมพร เกิดแก้ว 4.ว่าที่ ร้อยตรี ยุทธศาสตร์ แสนเวียน 5.คุณสายสุรี มณีศิลป์ 6.คุณจุฑารัตน์ ไม่ทราบสกุล อาการสาหัส 7.คุณอวิโรจน์ ศิริวรชัย 8.คุณพรทิพย์ ทองดี 9.คุณนรินทร์รัตน์ อิทธิธนะรัตน์ 10.คุณสุทธิรักษ์ สำเร็จประสงค์ อาการสาหัส 11 คุณเสาวณี ปัญญาใหญ่ 12.คุณยิ่งยศ ดำรงประพัฒน์ 13คุณนภัทร ภูมีราม
โรงพยาบาลรามาธิบดี 6 คน 1.คุณสุปราณี ทาเภา อายุ 23 ปี 2.คุณอนุลักษณ์ มหันต์พงค์สา อายุ 25 ปี 3.คุณอธิวารา ตาสิทธิ์แสง อายุ 25 ปี 4.คุณธนศร แดงสวัสดิ์ อายุ 34 ปี 5. คุณอัศวิน วังทวีพล อายุ 22 ปี 6. มิสเตอร์ ยัง ซิงเวอร์ อายุ 21 ปี
โรงพยาบาลราชวิถี 5 คน น.ส.ทิพรัตน์ อาจรอด อายุ 27 ปี 2.น.ส.วรดะนุล เวชภักดีกิจ อายุ 24 ปี 3.มิสเตอร์ ชิเซรุ ทุโนดะ อายุ 41 ปี 4.มิสเตอร์โคจิ กิมูระ อายุ 28 ปี 5.น.ส.ยุพวดี ไม่ทราบนามสกุล
โรงพยาบาลพระรามเก้า 13 คน 1.น.ส.นัชชา ชัยรำลึก 2.นายวุฒิชัย วิเศษศิริ 3.นายเอกชาย เสนากุล 4.น.ส.เบญจวรรณ คิชพงษ์ 5.น.ส.นงลักษ์ รอดจันทร์ 6.น.ส.หัทยา ชุบคำ 7.น.ส.จารุณี คำคงซื่อ 8.น.ส.จุฑารัตน์ จิตสาโรจิตโต 9.นายชนาชัย บูรณะสุกาญจน์ 10.น.ส.วรรณภา ก่อมณี 11.นายสัตคุณ พัฒนาศิลป์ 12.น.ส.สุพัต ศรีแจ่ม 13.น.ส.กัญญารัตน์ พูลประสาท
โรงพยาบาลคามิลเลี่ยน 23 คน 1.คุณบุญกอ ขำทอง 2.คุณกิติ สรรณชัย 3.คุณมุ่ยจิรา พลโยราช 4.คุณพิชพล จิริยะอาพร5.คุณเบญจพร ขิมบ้านไร่ 6.คุณชาติชาย อิ่มศิริ 7.คุณศรีจันทร์ โพธิ์นา 8.คุณชวิน มัสโอดี9.คุณรัตนา แซ่ลิ้ม 10.คุณฐาปนา รัศมี 11.คุณฐารินทร์ ลือชัยธรรม 12.คุณเบญจรัตน์ อิ่มธยากร 13.คุณนิภาพร สมพล 14.คุณสุมาลี ประจวบสุข 15.คุณอรเทพ สร้อยสน 16.คุณนฤพัฒน์ ธรรมคุก17.คุณจันธิมา เอื้อกาญ 18.คุณณัฐนันท์ ชำนาญกลาง 19.คุณกุลธิดา เชิดลำไพ 20.มิสเตอร์สตีเซ่น ฮอลล์ 21.คุณสรัญญา วรวิชากุล ส่วนอีก 2 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุนำส่งโรงพยาบาล คือ คุณมีศักดิ์ แก้วละเอียด บ้านเลขที่ 46 หมู่3 ต.ทุ่งนารี อ.ป่าบอน จ.พัทลุง และอีกคนเป็นชายไทยไม่ทราบชื่อ
โรงพยาบาลแพทย์ปัญญา 8 คน 1.นายพีระวัติ โชติจรูญพันธ์ อายุ 35 ปี 2. น.ส.มานิตา ชะละอำ อายุ 25 ปี 3.น.ส.ฐนัชชา สุนทรชัย อายุ 24 ปี 4.มิสจัสมิน มูนเลอร์ อายุ 29 ปี (ไอซียู) 5.มิสแอนตาลิน ไม่ทราบสกุล อายุ 33 ปี ไอซียู 6.มิสเตอร์ อดัม มูนเลอร์ 26 ปี 7.มิสเตอร์เวส จอนมูเลอร์ อายุ 33 ปี 8.น.ส.นตกรณ์ ธิมาชัย อายุ 23 ปี
โรงพยาบาลเวชธานี 2 คน ไม่สะดวกให้ชื่อ ญาติทราบเรื่องแล้ว
โรงพยาบาลเปาโลเมโมเรียล 2 คน 1.น.ส.กัญญารัตน์ ภู่ประสาท อายุ 32 ปี อาการสาหัส 2.น.ส.จุฑารัตน์ กิจสาโรจน์จิโต อายุ 29 ปี
โรงพยาบาลวิภาราม 19 ราย 1. น.ส.สมิรัญ แก้วนาง 2.นายสุรศักดื สิทธิกุล 3.น.ส.มาลาวัน พักน้อย 4.มิสซัน อาโย พาค 5.มิสเตอร์ซูนราป ปานเด 6.จุทามาศ ศิรา 7.นายอัฐพล ไหมสีชาม 8.น.ส.อุดมพร เกตุหนู 9.นายวิสูตร วิสุทธิไกสีห์ 10.น.ส.ศิรินทิพย์ แซ่คิว 11.นายภาสพงศ์ มากรด 12.นายสุรศักดิ์ ศรีงาน 13.น.ส.เบญจวรรณ เตชะวิทย์ 14.นายชาญณรงค์ มหาชาต 15.น.ส.ปิยนุช บึงลำภู 16.น.ส.อหัสยา บุญมา 17.น.ส.จิรวรรณ โตวิทยาการ 18.น.ส.พัชนียา หามา 19.นายอภินันท์ ภักดี
โรงพยาบาลพระมงกุฎ 4 คน เสียชีวิตระหว่างนำส่ง 1 คน และบาดเจ็บอีก 3 คน
โรงพยาบาลคลองตัน นำส่ง 1 คน เสียชีวิตระหว่างทาง คือคุณมนันยา บุญศาล อายุ 47 ปี
ที่ 10:28 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ
ซานติก้า ย่างสด59คน ฉลองปีใหม่
อย่างไรก็ดี โดยพล.ต.ต.โชคชัย ดีประเสริฐวิทย์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 กล่าวว่า ภายหลังเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ขาดอากาศหายใจ โดนไฟคลอก และสำลักควัน ซึ่งผู้ได้รับบาดเจ็บถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลหลายแห่งแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างต่อเนื่อง โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ แต่เนื่องจากอาคารดังกล่าวถูกความร้อนอย่างหนักจนเพดานเกิดการทรุดตัว
ทั้งนี้ พล.ต.ต.โชคชัย กล่าวเพิ่มว่า ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนกระจายออกไปสอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล และสอบปากคำพยานแวดล้อม หากพบว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็จะเรียกตัวมาแจ้งข้อ หา และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นประสานให้มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ และมีการตั้งศูนย์รับแจ้งผู้สูญหายเพื่อประสานในการตรวจสอบผู้เสียชีวิต ส่วนสาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าจะเกิดจากพลุเอฟเฟ็ก
ขณะที่ผู้ที่รอดชีวิต กล่าวยืนยันว่า ต้นเพลิงเกิดจากสะเก็ดไฟที่ตกมาจากด้านบนเพดาน ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว นักท่องเที่ยวถูกไฟลวกตามร่างกายจำนวนมาก ขณะที่นักท่องเที่ยวบางส่วนพยายามวิ่งหนีเอาตัวรอดไปทางประตูทางออกบริเวณ ห้องน้ำชาย แต่ยังมีบางส่วนไม่สามารถหนีเปลวเพลิงออกมาได้ ถูกไฟคลอก และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่พยายามช่วยอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากเพลิงที่โหมลุกไหม้อย่างหนัก ไม่สามารถช่วยเหลือได้ถูกไฟคลอกตายอยู่ด้านหน้าทางออก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า สรุปยอดผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 59 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 53 คน และเสียชีวิตที่โรงพยาบาล 6 คน และมีผู้บาดเจ็บรวม 212 คน
ที่ 10:20 0 ความคิดเห็น ป้ายกำกับ: ชีวิตคุณภาพ