ถล่มLA กราดยิงกระจาย เหยื่อสาวตาย

Pic_24328


ชายผิวขาว วัยกลางคน บุกกราดยิงในฟิตเนส ของเมืองพิตส์เบิร์ก ในรัฐเพนซิลเวเนีย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต อย่างน้อย 15 ราย และบาดเจ็บนับสิบ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวานนีี้ (4 ส.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น เกิดเหตุสะเทือนใจ เมื่อมือปืนบุกยิง ในแอลเอ ฟิตเนส ที่เมืองพิตส์เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย ของสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 15 ราย ขณะที่มีรายงาน จากโ รงพยาบาลอัลเลเกนี่ว่า มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ส่วนโรงพยาบาลเมอร์ซี่ และเซนต์แคลร์ มีผู้บาดเจ็บ 5 และ 3 ราย ตามลำดับ โดยเฉพาะที่โรงพยาบาลเมอร์ซี่ เหยื่อ 3 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนอีก 2 ราย อาการน่าเป็นห่วง

ส่วนที่โรงพยาบาลเซนต์แคลร์ เหยื่อ 2 สองราย อาการยังทรงตัว ส่วนอีก 1 ราย ซึ่งถูกยิงเข้าที่หน้าบริเวณหน้าอก เสียชีวิตเมื่อเวลา 20.55 ตามเวลาท้องถิ่น โดยเบื้องต้น หัวหน้าเขตชุมชนคอลลิเออร์ นายแกรี่ วิทุชชิโอ เชื่อว่า มือปืนซึ่งเป็นชายผิวขาว วัยกลางคน รู้จักกับผู้เสียชีวิต แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า มือปืนได้เสียชีวิตด้วยหรือไม่

ผู้ อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า เขาได้ยินเสียงคนตะโกนร้อง พร้อมกับเสียงปืนดังขึ้นหลายครั้ง ขณะอยู่ในโรงยิม แต่หลังจากวิ่งออกไปดู ก็ไม่พบมือปืน หรือผู้ต้องสงสัย ขณะที่พยานอีกคน เล่าว่า ไฟได้ดับลง ก่อนเห็นประกายไฟวาบขึ้นมา ซึ่งเชื่อว่า มาจากปากกระบอกปืน และพยานซึ่งเชื่อว่า เห็นตัวคนร้าย ก่อนเกิดเหตุ เล่าว่า คนร้ายเป็นชายวัยกลางคน พร้อมกับกระเป๋าใบใหญ่ จากนั้นคนร้ายเดินเข้าไปในชั้นเรียนเต้นรำ ที่มีหญิงล้วนประมาณ 30 คน ก่อนที่จะดับไฟ แล้วเริ่มกราดยิง

หวัด09 ตาย81ราย ป่วยลดลง

สธ.แถลงสรุปจำนวนผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ 2009 เพิ่มอีก 16 ราย ยอดตายสะสมเพิ่มเป็น 81 ราย ชี้การระบาดในกทม.และปริมณฑลลดลง ส่วนภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น.....

เมื่อเวลา 11.00 น.ที่ผ่านมา(5 ส.ค.)น.พ.ไพจิตร์ วราชิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะแพทย์ แถลงข่าวสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ชนิดเอ เอช1เอ็น1 ประจำสัปดาห์ว่า ในรอบสัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.-2 ส.ค.กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)ได้ขึ้นทะเบียนผู้เสียชีวิตไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ จำนวน 16 ราย เป็นชาย 9 ราย หญิง 7 ราย ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว 5 ราย โดยมียอดผู้เสียชีวิตสะสม จำนวน 81 รายทั้งนี้ ในจำนวนผู้เสียชีวิต 16 ราย มี 12 รายที่มีโรคประจำตัว โดยอ้วน มีน้ำหนักตัวมากสูงที่สุด รองลงมาเป็นเบาหวาน หอบหืด สูบบุหรี่จัด และหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตที่ลดลง เนื่องจากมีความตื่นตัวและเข้าใจโรคนี้มากขึ้น อย่างไรก็ตามผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่ เมื่อมีอาการเจ็บป่วยแล้วมารักษาตัวช้า โดยเฉลี่ยมีอาการป่วยแล้วถึง 5-6 วันจึงมาพบแพทย์ ทำให้มีอาการหนักทำให้การรักษาด้วยยาต้านไวรัสไม่ได้ผล แต่ถือว่าค่าเฉลี่ยระยะเวลาในการมาพบแพทย์หลังเจ็บป่วย สั้นลงกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 7-8 วัน

รองปลัด กระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า สำหรับยุทธศาสตร์และมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขจะดำเนินการต่อไป ยังคงเน้นหนักเรื่อง “2 ลด 3 เร่ง” ได้แก่ 1.ลดการเสียชีวิตให้ได้มากที่สุด โดยเน้นให้ผู้ป่วยเข้าถึงยาต้านไวรัสโอเซลทามิเวียร์อย่างรวดเร็ว 2.ลดการติดเชื้อและการป่วยให้มากที่สุด โดยกระตุ้นให้ประชาชนมีพฤติกรรมที่ถูกต้อง ในการป้องกันตนเองไม่ให้ติดเชื้อ และไม่แพร่เชื้อสู่คนอื่นขณะป่วย 3.เร่งให้อสม.กว่า 980,000 คนทั่วประเทศ ออกให้คำแนะนำและค้นหาผู้ป่วยในหมู่บ้านและชุมชนเป็นประจำ 4.เร่งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนสามารถป้องกันตนเองได้อย่างถูกต้อง โดยร่วมมือเป็นเครือข่ายกับหน่วยงานต่างๆ เช่น สสส. สปสช. และ 5.เร่งกระจายการบริหารจัดการสู่ระดับจังหวัด โดยรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ติดตาม กำกับ ให้มีการปฏิบัติตามมาตรการเหล่านี้ในพื้นที่อย่างจริงจัง

ด้าน นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ฯ ทั่วโลก พบการระบาดกระจายไปกว่า 160 ประเทศ ซึ่งองค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมโรคแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ได้หยุดการรายงานตัวเลขผู้ป่วยสะสม ตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.2552 ที่ผ่านมา เนื่องจากไม่ได้สะท้อนถึงจำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริง ในส่วนของประเทศไทย จากการวิเคราะห์ข้อมูลทางระบาดวิทยา คาดว่าขณะนี้มีผู้ติดเชื้อประมาณ 3.5-5 แสนคน ส่วนใหญ่หายเป็นปกติแล้วเนื่องจากอาการไม่มาก ซึ่งสอดคล้องกับทั่วโลก การระบาดมีแนวโน้มชะลอตัวลงในกทม.และปริมณฑล ส่วนภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น.