ในหลวงประชวร โปรดเกล้าฯพระบรมฯรับพร


วัน ที่ 4 ธันวาคม 2551 เมื่อเวลา 17.19 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ณ ศาลาดุสิตาลัย เพื่อรับการถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา จากข้าราชการและประชาชนทุกหมู่เหล่า

ในโอกาสนี้ นายชวรตัน์ ชาญวีรกูล รองนายกฯรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถวายพระพรชัยมงคล

จากนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ทรงมีพระดำรัส ใจความว่า

“วันนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ ข้าพเจ้าและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ในการที่จะรับท่านทั้งหลายในวโรกาสที่เข้าถวายพระ พรชัยมงคลเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ในปีนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชกระแสให้ขอบใจในพรอันบริสุทธิ์ ที่ได้ถวายมาด้วยความจงรักภักดี ทรงปลาบปลื้มและทรง ขอสนองพรทุกท่านที่ได้ถวายมาอย่างจริงใจ ในการนี้ได้ทรงขอให้บอกทุกท่าน และพระราชทานพรให้ทุกคนมีความสุขความเจริญ มีกำลังกายกำลังใจและกำลังปัญญาที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อประเทศชาติและประชาชน ก็ขอให้ท่านมีความสุขความเจริญและประสบความสำเร็จในสิ่งที่ดีงาม ทั้งในทางด้านส่วนรวมและส่วนตัว”

“ใน โอกาสนี้ที่ไม่เสด็จฯลง เพราะว่าทรงมีพระอาการประชวรเล็กน้อย ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพฯ ซึ่งได้ขึ้นเฝ้าฯ ได้อธิบายให้ท่านฟัง ถึงอาการประชวรในเบื้องต้น แต่สุดท้ายนี้ในพระปรมาภิไธย ก็ขออัญเชิญพระราชกระแสขอบใจ และ สนองไมตรี สนองพรทุกท่าน ที่ได้มาถวายพระพรในวันนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขความเจริญสมปรารถนาทุกประการ”

จาก นั้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระดำรัส ใจความว่า “เมื่อวานนี้ไปเฝ้าฯ ก็ยังไม่เป็นไร แต่เริ่มตั้งเครื่องถวายพระกระยาหารก็ยังเสวยได้ แต่พอดีมาถึงวันนี้ ทรงมีพระอาการ เป็นช่องพระศอ คือ หลอดลม หลอดอาหารอักเสบ ทำให้เสวยเครื่องไม่ค่อยได้ เขาก็เลยถวายเป็นน้ำเกลือและยา ส่วนทางด้านหลอดลม มีเสมหะ ออกมามาก ทำให้รู้สึกไม่ทรงพระสำราญและ ทำให้อ่อนเพลีย แต่ไม่มีไข้ ก็คิดว่าให้บรรทมพักไปซักพัก จนกระทั่งมีพระกำลัง ค่อยออกมาพบท่านหรือทำอะไรได้ เพราะคิดว่า ตอนนี้ คิดว่าอยากจะทรงพักดีกว่า และเรื่องรายละเอียดจะเป็นยังไง เดี๋ยวทางแพทย์เขาคงพูดด้วยภาษาที่ถูกต้องอีกที แต่เท่าที่เห็นคือท่านยังมีพระอาการไม่ได้หนักมาก แต่ดูเหมือนจะอ่อนเพลีย เพราะเสวยไม่ได้เต็มที่ คือมีเสมหะติดอยู่ ไม่ค่อยจะออก และถวายน้ำเกลือเพื่อล้าง คนที่มีเสมหะ ให้ดื่มน้ำมากๆ แต่ดื่มได้ไม่ดี ตอนนี้เขาถวายน้ำเกลือ ตอนนี้ดูจะออกลงมาก แต่ว่าเหมือนถึงเวลาที่จะให้เฝ้าฯแล้ว ก็จะให้เสมหะออก ก็ไม่ทัน ก็เลยโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมฯ มารับพรและขอบใจทุกๆ ท่านแทน”

ตร.วางกำลังเข้มบ้านพัก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (2 ธ.ค.) ว่า ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เมื่อเวลา 12.30 น. พล.ต.ต.สุพร พันธุ์เสือ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล ( บช.น.) กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมปิดล้อมศาลรัฐธรรมนูญแถลงปิดคดียุบพรรคพลัง ประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตยว่า มีการเพิ่มกำลังตำรวจคุมเข้มพื้นที่มากกว่าปกติ โดยใช้กำลังจาก บก.น.2 บก.น.7 และ บก.ตปพ. จำนวน 750 นาย ดูแลพื้นที่โดยรอบศาลปกครอง พร้อมประสานกำลังทหารดูแลเพิ่มเติม และหากมีผู้ชุมนุมมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งจะมีการเพิ่มกำลังตำรวจเข้าไปดูแลตามควบคุมสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่าคงไม่มีมือที่ 3 เข้ามาก่อความวุ่นวายอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันได้มอบหมายให้ตำรวจที่อยู่ในท้องที่บ้านพักของตุลาการศาลรัฐ ธรรมนูญจัดกำลังตำรวจไปดูแลความปลอดภัยบ้านพักทุกคน

ผู้ สื่อข่าวรายงานต่อจากศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะว่า ภายหลังที่ศาลปกครองอ่านคำวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมา ส่งผลให้กลุ่ม นปช. สวมเสื้อแดงประมาณ 1,500 คน ที่ชุมนุมอยู่ภายในบริเวณศาลไม่พอใจคำตัดสินของศาล ได้ช่วยกันใช้ไม้กระทุ้งหม้อแปลงไฟฟ้าที่อยู่เสาไฟฟ้าหน้าศาลจนทำให้หม้อ แปลงระเบิดขึ้นมา ทำให้ไฟฟ้าภายในศาลดับไปชั่วขณะ แต่ทางศาลมีไฟสำรองจึงไม่มีปัญหาอะไร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จนถึงขณะนี้ แม้ว่าศาลจะมีคำสั่งให้กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง นปช. เคลื่อนย้ายออกจากศาลทันทีภายใน 15 นาที แต่ผู้ชุมนุมก็ยังดื้อด้านอยู่ภายในบริเวณศาลต่อไปไม่ยอมฟังคำสั่งใดๆ ต่อมาเมื่อเวลา 13.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม นปช.ได้เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ศาลปกครอง ทยอยขึ้นรถ 10 ล้อ จำนวน 2 คัน มุ่งหน้าไปปักหลักชุมนุมที่ลานคนเมือง หน้าศาลาว่าการกรุงเทพมหานครต่อไป